สูตรชาไทยทำขาย ชาเย็นเข้มข้น คิดต้นทุนต่อแก้ว

สารบัญ
- วัตถุดิบสูตรชาไทยเข้มข้น
- ชงเบสยังไงให้เข้มข้นไม่ขมฝาด
- ชงต่อแก้วขนาด 16 ออนซ์กับ 22 ออนซ์ต่างกันตรงไหน
- ชงล็อตใหญ่ 5 ลิตรสำหรับวันขายดี
- เก็บรักษาและเตรียมพร้อมช่วงเร่งด่วน
- อุปกรณ์ที่ต้องมี
- คำนวณต้นทุนสูตรชาไทยต่อแก้ว
- ปัญหาที่พบบ่อยตอนชงชาไทย
- คำถามที่พบบ่อย
- สูตรชาไทย 1 ลิตรได้กี่แก้ว
- ชาไทยปั่น 22 ออนซ์ต้องปรับสูตรยังไง
- ชาไทยเข้มข้นเก็บได้นานแค่ไหนก่อนเสีย
สูตรชาไทยนี้ชงเบสชาเข้มข้นครั้งละ 1 ลิตร นำไปผสมนมข้นและน้ำแข็งได้ชาเย็นประมาณ 8-10 แก้วขนาด 16 ออนซ์ เหมาะสำหรับแผงเครื่องดื่มในตลาดนัดที่ต้องการชงเร็วตอนลูกค้าเยอะ ปรับหวานมันได้ตามที่ลูกค้าสั่งโดยไม่ต้องชงใหม่ทั้งแก้ว
วัตถุดิบสูตรชาไทยเข้มข้น
- ผงชาไทย 60 กรัม
- น้ำร้อนจัด 1 ลิตร
- นมข้นหวาน 200 มิลลิลิตร
- นมข้นจืด 100 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 100 มิลลิลิตร ปรับตามความหวานที่ต้องการ
- น้ำแข็งสำหรับเสิร์ฟ
- ถุงกรองผ้าสำหรับกรองชา
ชงเบสยังไงให้เข้มข้นไม่ขมฝาด
ใส่ผงชาไทยลงในถุงกรองผ้า วางลงในหม้อหรือกาต้มน้ำที่สะอาด เทน้ำร้อนจัดลงไป ปิดฝาแช่ทิ้งไว้ 5-7 นาทีให้สีและกลิ่นชาออกเต็มที่ อย่าต้มชาโดยตรงบนไฟเพราะจะขมและขุ่น แช่ชานานเกิน 10 นาทีสารแทนนินในใบชาจะละลายออกมามากเกิน ทำให้รสขมฝาดติดคอ ควรจับเวลาให้แม่นยำทุกครั้งเพื่อรสชาติสม่ำเสมอทุกลอต ยกถุงชาขึ้นบีบเบาๆ ให้น้ำชาไหลออกจนหมด พักเบสชาให้เย็นก่อนใช้
ชงต่อแก้วขนาด 16 ออนซ์กับ 22 ออนซ์ต่างกันตรงไหน
แก้ว 16 ออนซ์เทเบสชา 100-120 มิลลิลิตร (เบส 1 ลิตรจึงได้ 8-10 แก้ว) ผสมนมข้นหวานและนมข้นจืดในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ตักใส่แก้วประมาณ 30 มิลลิลิตร ส่วนแก้ว 22 ออนซ์ต้องเพิ่มเบสชาและนมข้นตามสัดส่วนอีกประมาณหนึ่งในสาม ไม่ใช่แค่เติมน้ำแข็งเพิ่มเฉยๆ เพราะจะทำให้ชาจางลงไม่เข้มข้นเท่าแก้วเล็ก คนให้เข้ากันหรือเชคด้วยเชคเกอร์ก่อนเสิร์ฟให้สีสวยไล่ระดับ
ชงล็อตใหญ่ 5 ลิตรสำหรับวันขายดี
ถ้าคาดว่าจะขายดี ชงเบสชาครั้งเดียว 5 ลิตรโดยคูณผงชาและน้ำร้อนเป็น 5 เท่าของสูตรเดิม ใช้หม้อใบใหญ่และถุงกรองผ้าขนาดใหญ่พอสำหรับปริมาณนี้ เวลาแช่ยังคงเท่าเดิมที่ 5-7 นาที ไม่ต้องแช่นานขึ้นตามปริมาณ เพราะสีและกลิ่นชาออกเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเวลานั้นแล้ว เบสชาที่ชงเสร็จควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว เก็บข้ามคืนรสจะเพี้ยนและมีกลิ่นเปรี้ยวจากการหมัก

เก็บรักษาและเตรียมพร้อมช่วงเร่งด่วน
เตรียมเบสชาไว้ล่วงหน้าเป็นขวดในตู้เย็นช่วงเวลาเร่งด่วน จะชงได้เร็วไม่ให้ลูกค้าต่อคิวนาน ใช้น้ำแข็งก้อนเล็กแทนน้ำแข็งบดถ้าต้องการให้ชาไม่จางเร็วระหว่างที่ลูกค้าถือเดินเที่ยวตลาด ทำความสะอาดถุงกรองผ้าทุกวัน คราบชาเก่าสะสมจะทำให้ชาแก้วใหม่มีกลิ่นหืน ถ้าลูกค้าสั่งหวานน้อย อย่าลดนมข้นหวานอย่างเดียวเพราะสีจะจางไป ให้ลดน้ำเชื่อมแทนจะคุมสีชาได้สวยเหมือนเดิม อย่าใช้ผงชาไทยราคาถูกเกินไปเพื่อลดต้นทุน สีและกลิ่นจะจางจนลูกค้าสังเกตความต่างจากร้านอื่นได้ทันที นอกจากชาเย็น ลองทำชาไทยร้อนขายคู่กันในวันฝนตกหรือช่วงเช้าที่อากาศเย็น ใช้เบสชาสูตรเดียวกันแค่ไม่ใส่น้ำแข็งและเสิร์ฟในแก้วกระดาษ ช่วยให้แผงขายได้ทั้งปีไม่ต้องพึ่งอากาศร้อนอย่างเดียว
อุปกรณ์ที่ต้องมี
- กาต้มน้ำหรือหม้อสำหรับต้มน้ำร้อน
- ถุงกรองผ้าชงชาแบบมีด้าม
- เหยือกหรือขวดพักเบสชา
- เชคเกอร์หรือแก้วปั่นสำหรับผสม
- กระติกน้ำแข็ง
- ที่ตักน้ำแข็งและช้อนตวงนมข้น
คำนวณต้นทุนสูตรชาไทยต่อแก้ว
ราคาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น ให้แทนด้วยราคาซื้อจริง แล้วคิดด้วยสูตรต้นทุนรวมหารจำนวนแก้วที่ได้
| วัตถุดิบ | ปริมาณ | ราคาที่ซื้อ(ตัวอย่าง) |
|---|---|---|
| ผงชาไทย | 60 กรัม | 25 บาท |
| นมข้นหวานและนมข้นจืด | รวมชุด | 35 บาท |
| น้ำแข็งและแก้วพลาสติกพร้อมฝา | 10 แก้ว | 30 บาท |
ตัวอย่าง: ต้นทุนรวม 90 บาท ได้ชาเย็น 10 แก้ว เท่ากับต้นทุนแก้วละ 9 บาท กฎคร่าวๆ ของคนขายคือตั้งราคาขายสัก 2.5-3 เท่าของต้นทุน แก้วละ 9 บาทจึงควรขายราว 22-27 บาท ใกล้เคียงกับราคาแก้วละ 20-25 บาทที่ขายกันทั่วไป เป็นตัวเลขโดยประมาณให้ปรับตามขนาดแก้วและทำเลของคุณเองอีกครั้งก่อนตั้งราคาจริง
ปัญหาที่พบบ่อยตอนชงชาไทย
| ปัญหา | สาเหตุ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ชาขมฝาดติดคอ | แช่ชานานเกิน 10 นาที | จับเวลาให้แม่นยำ 5-7 นาทีทุกครั้ง |
| สีชาจางไม่สวย | ลดนมข้นหวานตอนลูกค้าสั่งหวานน้อย | ลดน้ำเชื่อมแทน คุมสีด้วยนมข้นหวานเท่าเดิม |
| รสเปรี้ยวหลังเก็บข้ามคืน | เบสชาหมักบูดจากการเก็บนาน | ชงให้พอขายหมดในวันเดียว |
| ชาจางเร็วระหว่างลูกค้าถือเดิน | ใช้น้ำแข็งบดละลายไว | เปลี่ยนเป็นน้ำแข็งก้อนเล็กแทน |
คำถามที่พบบ่อย
สูตรชาไทย 1 ลิตรได้กี่แก้ว
เบสชาเข้มข้น 1 ลิตรผสมนมข้นและน้ำแข็งได้ประมาณ 8-10 แก้วขนาด 16 ออนซ์ ขึ้นกับปริมาณน้ำแข็งที่ใส่ในแต่ละแก้ว
ชาไทยปั่น 22 ออนซ์ต้องปรับสูตรยังไง
ใช้เบสชาและนมข้นในสัดส่วนเดียวกับแก้วปั่นทั่วไปแต่เพิ่มปริมาณขึ้นตามขนาดแก้ว แล้วปั่นกับน้ำแข็งแทนการเสิร์ฟแบบใส่น้ำแข็งก้อน จะได้เนื้อข้นกว่าชาเย็นธรรมดา
ชาไทยเข้มข้นเก็บได้นานแค่ไหนก่อนเสีย
เบสชาที่ชงเสร็จควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว แช่เย็นได้ไม่เกินหนึ่งวัน ถ้าเก็บข้ามคืนรสจะเปรี้ยวและกลิ่นเปลี่ยนไปจากการหมักจนขายต่อไม่ได้

ชาไทยขายคู่กับโรตีได้ดีเสมอในตลาดนัดตอนเย็น อ่านเพิ่มที่ สูตรโรตีทำขาย และหาแผงขายได้ที่ หาที่ขาย
สูตรอื่น ๆ
ดูทั้งหมด →
สูตรกล้วยทอดทำขาย แป้งกรอบนาน ไม่อมน้ำมัน

สูตรไก่ทอดหาดใหญ่ทำขาย หนังกรอบ เนื้อฉ่ำ หอมเครื่องเทศ

สูตรข้าวมันไก่ทำขาย ไก่นุ่ม ข้าวหอม น้ำจิ้มเข้มข้น

สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นทำขาย เปรี้ยวหวานเข้มข้นจากมะขามเปียก

สูตรน้ำจิ้มหมูกระทะทำขาย รสจัดจ้าน ต้มล็อตใหญ่

สูตรหมูปิ้งทำขาย หมักโบราณฉ่ำ ปิ้งขายตลาดนัด

สูตรปาท่องโก๋ทำขาย ไม่ใส่แอมโมเนีย ฟูกรอบทุกคู่

สูตรโรตีทำขาย แป้งนุ่ม ยืดง่าย กรอบนอกนุ่มใน