ของฝากภาคกลาง

ของฝาก 10 จังหวัด ภาคกลางที่ห้ามพลาด

ของฝากคืออะไรสำหรับคนไทยแล้วของฝากคือ สิ่งของต่างๆ ที่คนเดินทางไปท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือไปในกิจธุระอื่นๆ เช่นไปเยี่ยมญาติ ไปประชุมสัมมนา ไปสำรวจพื้นที่เส้นทาง ก็จะหาซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของ อำเภอหรือจังหวัดนั้นๆ มาฝากคนที่บ้าน ญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนบ้านใกล้เคียง รวมถึงเพื่อนๆหรือ เจ้านายที่ทำงานด้วย โดยจะบอกว่า ได้เดินทางไปที่ไหน และสถานที่นั้นมีของอะไรที่ขึ้นชื่อ ที่ทุกคนไปแล้วต้องซื้อมาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้ลองชิมหรือลองใช้สินค้านั้นๆ ดังมีคำพูดว่า ” การท่องเที่ยวเปรียบเสมือนการเรียนรู้โลกกว้าง ของฝากก็เปรียบเสมือนการบันทึกความทรงจำ “

      ดังนั้น ของฝากของไทยจึงมีเป็นจำนวนมากในแต่ละภูมิภาค เป็นของฝากที่มีชื่อเสียงดั้งเดิม นับร้อยปี หรือของฝากที่เพิ่งมีชื่อเสียงในสมัยหลัง ในบทความนี้ จะแบ่งของฝากออกเป็น 5 ภูมิภาค ตามการแบ่งภาคของไทย โดยจะเริ่มที่ภาคกลาง ก่อน จำนวน 10 จังหวัด และต่อไป คือภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และใน 5 จังหวัดภาคตะวันออก โดยแยกออกเป็นจังหวัดๆ แต่อาจจะไม่ครบทุกจังหวัด จะเสนอเฉพาะจังหวัดที่มีของฝากที่ขึ้นชื่อเท่านั้น 

      สำหรับในภาคกลางนี้ มีหลายจังหวัดที่ มีของฝากที่มีชื่อเสียงมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งคนภาคอื่นๆที่เดินทางมายังภาคกลาง มักจะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากที่บ้าน 

1.ของฝากจังหวัดสมุทรปราการ

ของฝาก สมุทรปราการ
httpscommons.wikimedia.orgwikiFileSamut_Prakarn.jpg

    จังหวัดสมุทรปราการ ของฝากดั้งเดิมของจังหวัดนี้ ที่อยู่คู่กับจังหวัดมานับร้อยปี คือขนมจาก ที่ได้ชื่อขนมจาก เพราะห่อด้วยใบจาก ในสมัยดั้งเดิมที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก จะมีแผงขนมจาก ย่างขายบริเวณริมถนนสุขุมวิทเป็นจำนวนมาก ถ้าใครมาถึงปากน้ำ แล้วไม่ได้ซื้อขนมจาก แสดงว่ายังไม่ถึงปากน้ำ ขนมจาก เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวดำ  มะพร้าวทึนทึก เกลือและน้ำตาล เป็นขนมที่ห่อด้วยใบจากสดที่ได้มาจากต้นจาก เป็นพืชในวงปาล์มชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่บริเวณป่าชายเลน ปัจจุบันหากินยากมาก เพราะคนสมัยใหม่ไม่นิยม ราคาชิ้นละ 3-4 บาท                                                                   

    ของฝากสมุทรปราการอย่างที่ 2 คือ ปลาสลิดบางบ่อ เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรปราการ ที่มีการเลี้ยงกันมากในอำเภอบางบ่อ และอำเภอบางพลี พอเราเอ่ยชื่อปลาสลิดต้องเป็นปลาสลิดบางบ่อ และพอเราเอ่ยชื่ออำเภอบางบ่อ ก็ต้องเป็นปลาสลิดเท่านั้น ไม่ใช่สินค้าอย่างอื่น และต้องไม่มีหัวปลาด้วย ปลาสลิดเป็นปลาน้ำจืด รูปร่างคล้ายปลากระดี่ ตัวสีน้ำตาลมีแถบยาวตามลำตัว ปลากระดี่เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนมากนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็ม ปลาสลิดบางบ่อ มีขนาดใหญ่ มีมันมาก เนื้ออร่อย กลิ่นหอมเวลาทอด มันไม่แตก และไม่เค็มเกินไป ใครไปจังหวัดสมุทรปราการ แนะนำให้ซื้อเป็นของฝาก ราคาประมาณกิโลกรัมละ 250 บาท 

    ของฝากสมุทรปราการอย่างที่ 3 คือ กุ้งเหยียด บ้านสาขา เป็นของฝากที่มีชื่อเสียงของบ้านสาขา อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ได้รับรางวัลมากมาย นับเป็นของฝากที่มีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย เมื่อก่อนชาวบ้านแถบนี้จะทำนาเกลือ เป็นอาชีพหลัก ต่อมาเมื่อน้ำทะเลทะลักเข้ามามากขึ้น จึงเปลี่ยนนาเกลือมาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำเป็นวังกุ้ง   เลี้ยงกุ้งน้ำเค็มตามธรรมชาติ เมื่อมีกุ้งมากขึ้นคนในชุมชนจึงนำกุ้งมาแปลเป็นกุ้งต้มบ้าง กุ้งเค็มบ้าง สำหรับกุ้งเหยียดเป็นวิธีการต่อยอดทางการค้า จากกุ้งต้มเค็มธรรมดา มาเป็นกุ้งที่มีรสชาติเค็มหวาน ให้เป็นรสที่ถูกปาก ที่สำคัญดัดกุ้งให้ตัวตรง จนเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหน ตัวกุ้งไม่งอเหมือนกุ้งต้มทั่วไป 

2.ของฝากจังหวัดสมุทรสาคร

ของฝากจังหวัดสมุทรสาคร
commons.wikimedia.orgwikiFileBan_Laem_Railway_Station.jpg

    จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่ติดทะเลฝั่งอ่าวไทย และยังเป็นปากทางของแม่น้ำท่าจีนอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นจังหวัดที่มีการทำประมง มาตั้งแต่ดั้งเดิม และยังมีการเกษตรกรรมที่ขึ้นชื่อและโดดเด่น อีกในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน ของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสาคร มีดังนี้

    ของฝากจังหวัดสมุทรสาครอย่างแรกคือ อาหารทะเล อาหารทะเลแช่แข็ง ท่านสามารถเลือกซื้ออาหารทะเลสด หรืออาหารทะเลแปรรูป เช่นลูกชิ้นกุ้ง เกี๊ยวปลา กุนเชียงปลา หรือเต้าหู้ปลา จากในตลาดสดมหาชัย ซึ่งเป็นที่รวมอาหารทะเลขนาดใหญ่ ถ้าท่านมาจังหวัดสมุทรสาครไม่ควรพลาดของฝากประเภทนี้

    ของฝากจังหวัดสมุทรสาครอย่างที่ 2 คือเครื่องเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี หัตถกรรมหรือชื่อของจังหวัดสมุทรสาคร คือหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นหมู่บ้านทำเครื่องเบญจรงค์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และสินค้าของหมู่บ้านนี้ มักจะได้รับเลือกให้เป็น ของขวัญ ที่รัฐบาลไทยมอบให้บุคคลสำคัญๆ ผู้นำประเทศต่างๆ ที่มาเยี่ยมเยือนประเทศไทย เบญจรงค์เป็นการเขียนสีลงบนเครื่องเคลือบ เช่นถ้วย จาน แก้ว แจกัน โดยใช้สีหลัก 5 สี เขียนเป็นลายไทย หรือรายอื่นๆ ดูสวยงามและมีคุณค่า ดังนั้นของฝากประเภทนี้จึงเป็นของฝากสำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เรานับถือ

    ของฝากจังหวัดสมุทรสาครอย่างที่ 3 คือลอดช่องวัดเจษฯ เป็นลอดช่องที่มีชื่อเสียงที่สุดตอนนี้ในประเทศไทย วัดเจษฯ เป็นชื่อเรียกย่อๆ ของวัด ชื่อเต็มคือวัดเจษฎาราม เป็นที่มาของค่าว่าลอดช่องวัดเจษฯ  ลอดช่องวัดเจษฯ มีรสชาติดี ตัวลอดช่องมีกลิ่นหอมใบเตย ไม่เละ น้ำกะทิหวานมัน มีกลิ่นหอมของน้ำตาลมะพร้าว ถ้าจะกินดับร้อนต้องใส่น้ำแข็งมากๆ เป็นของดีของจังหวัด ปัจจุบันกระจายแพร่หลายไปในทั่วประเทศ ถ้าใครเห็นลอดช่องวัดเจษฯ ให้รู้ว่านั่นเป็นสินค้าจากจังหวัดสมุทรสาคร

3.ของฝากจังหวัดสุพรรณบุรี

ของฝากจังหวัดสุพรรณบุรี
Tnwq, CC BY-SA 4.0 httpscreativecommons.orglicensesby-sa4.0, via Wikimedia Commons

    จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณเป็นจังหวัดเก่าแก่ดั้งเดิมนับพันปี ในอดีตมีชื่อว่า ” ทราวดีศรีสุวรรณภูมิ” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน  คนไทยรู้จักเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” อาจจะไม่ทราบว่าตำนานดั้งเดิมเริ่มที่จังหวัด สุพรรณบุรี ส่วนของฝากที่เอ่ยชื่อมาทุกคนจะรู้ว่ามาจากสุพรรณบุรี มีดังนี้

      ของฝากอย่างที่ 1 คือ ขนมสาลี่สุพรรณ ใครไปเมืองสุพรรณ ย่อมรู้ดีว่าจะต้องซื้อขนมสาลี่มาเป็นของฝาก เป็นขนมที่อยู่คู่กับจังหวัดสุพรรณมานับ 100 ปี ส่วนผสมหลักของขนมสาลี่คือแป้งสาลี ไข่ไก่ น้ำตาล ส่วนสีขนมก็ใช้สีธรรมชาติ เราจะเห็นขนมสาลี่ส่วนมากสีชมพูอ่อน รสชาติหอม ขนมอร่อย หวานกำลังพอดี ราคาเฉลี่ยถุงละประมาณ 40 บาท ผ่านสุพรรณอย่าลืมแวะซื้อสาลี่สุพรรณมาเป็นของฝาก 

       ของฝากอย่างที่ 2 ข้าวไรซ์เบอรี่สุพรรณบุรี กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ในยุคอาหารเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับซื้อฝากผู้สูงอายุ ที่ต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ ข้าวไรซ์เบอรี่สุพรรณ เป็นข้าวปลอดสารพิษ เมล็ดข้าวสีดำ มีกลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปลูกโดยกลุ่มปลูกข้าวไรซ์เบอรี่จะของจังหวัดสุพรรณบุรี ราคาไม่แพงประมาณกิโลกรัมละ 50 บาท บรรจุในแพ็คสูญญากาศอย่างดี ผ่านจังหวัดสุพรรณอย่าลืมซื้อเป็นของฝากกลับบ้านนะครับ 

        ของฝากอย่างที่ 3 แห้ว  แห้วจีนศรีประจันต์ ถ้ามาถึงสุพรรณ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือลองชิมแห้ว ว่ากันว่าแห้วสุพรรณโดยเฉพาะแห้วอำเภอศรีประจันต์อร่อยที่สุด จนกระทั่งอำเภอศรีประจันต์ ได้จัดงานเทศกาลเกี่ยวกับแห้วขึ้นทุกปี  สองข้างทางถนนสายสุพรรณ – ชัยนาท ช่วงตำบลวังยาง ตำบลมดแดง ก่อนถึงตัวอำเภอศรีประจันต์ จะมีร้านที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำจากแห้ว ให้ซื้อกิน หรือเป็นของฝากราคาไม่แพง แห้วเป็นพืชหัวใต้ดิน เมื่อปอกแล้วแห้วจะสีขาวนวล เนื้อกรอบนุ่ม รสหวานอร่อย มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร อุดมไปด้วยวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ ยังแก้โรคต่างๆได้อีกหลายอย่าง ราคาแห้วสดประมาณ 30 ถึง 50 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนแห้วขาวปอกราคาประมาณ 50 ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาขึ้นลงตามฤดูกาล ใครกินแห้วสุพรรณแล้วจะสมหวัง ผ่านไปทางนั้นอย่าลืมซื้อฝากคนที่บ้านนะครับ

4.ของฝากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ของฝากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Hong2101, CC BY-SA 4.0 httpscreativecommons.orglicensesby-sa4.0, via Wikimedia Commons

    อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยมาเกือบ 400 ปี เมื่อปีพ.ศ 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งที่ 2 ตั้งแต่นั้นมากรุงศรีอยุธยาล้างผู้คนมานับร้อยปี จนเริ่มบูรณะเป็นจังหวัด ประมาณต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้เริ่มฟื้นฟู ขึ้นตั้งแต่นั้นมา ส่วนในเรื่องของฝากนั้น มีของฝากที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป ตามนี้

   ของฝากอย่างที่ 1 โรตีสายไหม โรตีสายไหมเป็นขนมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นขนมของชาวไทยมุสลิมที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นขนมหวานชนิดหนึ่งที่มีส่วนประกอบหลักอยู่ 2 ส่วน คือแผ่นแป้ง และส่วนไส้ที่เป็นน้ำตาลเคี่ยว ทำเป็นเส้นฝอย ที่เรียกว่าสายไหม เวลารับประทานจะนำแผ่นแป้งมาห่อไส้และม้วน เพื่อรับประทาน  ถ้าเราไปเที่ยวบริเวณวังโบราณ ขับรถเลียบไปตามริมแม่น้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีร้านจำหน่ายโรตีสายไหม เป็นจำนวนมาก เป็นเจ้าที่มีชื่อเสียง อย่าลืมแวะซื้อเป็นของฝากกลับบ้านด้วย 

   ของฝากอย่างที่ 2 มีดอรัญญิก  มีดอรัญญิก เป็นดีของชาวอยุธยา เป็นการตีมีด ที่ได้สืบทอดมาจากช่างตีเหล็กเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา ใช้ต่อสู้กับข้าศึก ปัจจุบันได้มีการออกแบบเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆโดยยังใช้กรรมวิธีแบบโบราณ สาเหตุที่ได้ชื่อว่ามีอรัญญิก เป็นเพราะสมัยโบราณมีตลาดที่บ้าน อรัญญิก ตำบลปากท่า  อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านได้นำมีดที่ตีมาขายที่ตลาดแห่งนี้ คนที่ซื้อไปก็บอกต่อๆกันว่ามีดอรัญญิกมีคุณภาพดี เพราะทั้งแข็งแรงทนทาน คม เนื้อเหนียวไม่หักบิ่น สามารถฟันเหล็กให้ขาดได้ครั้งเดียว บางชนิดใช้ได้นานตลอดชั่วอายุคน  ปัจจุบันมีดอรัญญิกมีทั้งมีดดาบสมัยโบราณที่สวยงาม มีดที่ใช้ทำครัว อุปกรณ์การเกษตร กลุ่มมีดเพื่อการเดินป่า ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ อย่าลืมซื้อเป็นของฝากด้วยนะครับ

     ของฝากอย่างที่ 3 ปลาตะเพียนใบลานสานแบบโบราณ ความเชื่อสมัยโบราณ ปลาตะเพียนจะสื่อถึงความมั่งมี อยู่เย็นเป็นสุข ดังนั้นชายบ้านในสมัยก่อนจึงมักจะแขวนโมบายปลาตะเพียนเอาไว้ตรงประตูบ้าน เพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากจะแขวนไว้เพื่อเรียกทรัพย์แล้ว ยังสามารถนำไปแขวนบนเปลของเด็กเล็กก็ได้เช่นกัน การสานปลาตะเพียนใบลานเป็นอาชีพที่เก่าแก่ ทำสืบต่อกันมานานนับร้อยปี สันนิษฐานว่าชาวไทยมุสลิมซึ่งล่องเรือขายเครื่องเทศอยู่ตามริมแม่น้ำเป็นผู้คิดประดิษฐ์ปลาตะเพียนสาร ด้วยใบลานขึ้นเป็นครั้งแรก ปัจจุบันเป็นงานหัตถศิลป์ ที่มีจำหน่ายอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ปัจจุบันท่านสามารถสั่งทำในรูปแบบต่างๆได้อีก เพื่อใช้เป็นที่ประดับตกแต่งสถานที่ ถ้าใครไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชม และซื้อมาฝากคนที่บ้านด้วยนะครับ

5.ของฝากจังหวัดสิงห์บุรี

ของฝากจังหวัดสิงห์บุรี
Mr.Peerapong Prasutr, CC BY-SA 4.0 httpscreativecommons.orglicensesby-sa4.0, via Wikimedia Commons

จังหวัดสิงห์บุรี เมืองสิงห์บุรี เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ จากหลักฐานพบว่ามีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณ เป็นเวลานานหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทราวดี พบหลักฐานโบราณวัตถุที่ขุดพบ เช่นภาชนะดินเผา ลูกปัด ท่านหินบด ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินทร์บุรี ยุคสุโขทัย ขุดพบเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ตามวัดร้างตามลำน้ำเจ้าพระยา  ยุคกรุงศรีอยุธยา มีหลักฐานต่างๆมากมายในพงศาวดาร โดยเฉพาะชาวบ้านบางระจันได้รวมตัวกันต่อสู้กับพม่า มาถึงสมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้จัดตั้งเมืองสิงห์บุรีขึ้น    สำหรับของฝากเมืองสิงห์บุรีที่ขึ้นชื่อ มีดังนี้

   ของฝากสิงห์บุรีอย่างที่ 1 ปลาช่อนแม่ลา  เป็นปลาช่อนเผา ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสิงห์บุรี ปลาช่อนแม่ลา หมายถึง ปลาช่อนที่ได้จากลำน้ำแม่ลาและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีลักษณะหัวหลิม หรือหัวเล็กกว่าลำตัว ลำตัวอ้วนกลม เกล็ดนิ่ม มีสีขาวปนเทา ไม่มีลายพาดเฉียง ท้องป่องมีสีขาวมันวาว ครีบมีสีส้มชมพูหรือแดง หางคล้ายรูปใบโพธิ์หรือตาลปัตร เนื้อมีไขมันแทรกมากกว่า ปลาช่อนนาทั่วไป   ปลาช่อนแม่ลาต้องเพาะเลี้ยงและเติบโต ในลำน้ำแม่ลาเท่านั้น หรือพื้นที่โดยรอบจากลำน้ำแม่ลา ระยะห่างไม่เกิน 4 กิโลเมตร สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท ปลาช่อนเผา ปลาช่อนทอด หรือปลาช่อนแดดเดียว ดังนั้นถ้าท่านผ่านไปทางจังหวัดสิงห์บุรี ควรหาปลาช่อนแม่ลา มาเป็นของฝากด้วยนะครับ

     ของฝากสิงห์บุรีอย่างที่ 2 ขนมเปี๊ยะปากบาง โซวเม่งเฮง  เป็นขนมเปี๊ยะที่ขึ้นชื่อ อยู่ที่บ้านปากบาง ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นขนมเปี๊ยะปากบาง ในตำนานกว่า 70 ปี แห่งตลาดปากบางสิงห์บุรี มีให้เลือกหลายไส้  เช่นฟักล้วน ถั่วล้วน ฟักไข่ ถั่วไข่ หรือใส่ทุเรียนล้วน เป็นร้านเก่าแก่ไม่มีตัวแทนจำหน่าย ท่าท่านผ่านไปทางตลาดพรหมบุรี ควรแวะซื้อขนมเปี๊ยะที่ร้านนี้

     ของฝากสิงห์บุรีอย่างที่ 3 หมูทุบนุ่ม หมูทุบกรอบ เนื้อทุก หมูสวรรค์ เนื้อสวรรค์ และเนื้อจระเข้ ถ้าท่านมีโอกาสมาจังหวัดสิงห์บุรี ของฝากที่เป็นหน้าเป็นตา คงไม่พ้นหมูทุบร้านวัชรินทร์ รับประกันความอร่อย ได้รับรางวัลการประกวดในระดับจังหวัด และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งเป็น OTOP 5 ดาว สินค้าได้มาตรฐานผ่านการตรวจจาก อย  มาสิงห์บุรีอย่าลืมแวะมาซื้อของกินเล่นที่ร้านนี้นะครับ

6.ของฝากจังหวัดนครปฐม

ข้าวหลาม นครปฐม

จังหวัดนครปฐม   นครปฐม เป็นอู่อารยธรรมที่สำคัญที่มีประวัติ ความเป็นมาอย่างยาวนาน ในนามแผ่นดินสุวรรณภูมิ ในสมัยทราวดี มาจากอารยธรรมของประเทศอินเดีย รวมถึงพระพุทธศาสนา โดยองค์พระปฐมเจดีย์ นับว่าเป็นเจดีย์ทางพุทธศาสนาแห่งแรก ของประเทศไทย นครปฐมเป็นเมืองร้างมานับร้อยปี จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะยังส่งผนวช ได้ธุดงค์ไปยังพระปฐมเจดีย์ ทรงเห็นว่าทรุดโทรม เมื่อขึ้นครองราชย์ จึงโปรดให้สร้างพระเจดีย์แบบลังกาครอบองค์เดิมไว้ โดยให้ชื่อว่า “พระปฐมเจดีย์” ทรงปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ให้มีสภาพดี แล้วโปรดให้ขุดคลองเจดีย์บูชา เพื่อให้การเสด็จมานมัสการพระปฐมเจดีย์สะดวกขึ้น รวมถึงสร้างพระตำหนักไว้ที่หน้าองค์พระปฐมเจดีย์  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปทรงสร้างทางรถไฟสายใต้ผ่านเมืองนครปฐม และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ เพื่อแปรพระราชฐานและฝึกซ้อมรบเสือป่า และโปรดให้สร้างถนนหลายสายขึ้น เพื่อความสะดวกในการเดินทาง จังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพฯ สามารถเดินทางมาเที่ยวไปกลับได้ภายในวันเดียว รวมทั้งมีของฝากที่ขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ จำนวนหลายชนิด ดังนี้

    ของฝากนครปฐมอย่างที่ 1 ข้าวหลาม ข้าวหลามเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครปฐม ซึ่งทำกันมานับร้อยปี ข้าวหลามนครปฐม ขึ้นชื่อว่า ข้าวหลามอร่อย หวานมัน หอมกลิ่นไม้ไผ่ การทำข้าวหลามคือนำข้าวเหนียว มาปรุงรสแล้วบรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่ ใส่ถั่วดำด้านบน ปิดกระบอกข้าวหลามด้วยใบตองแห้ง นำข้าวหลามไปเผาไฟ จนกระทั่งข้าวสุกนิ่มทั้งกระบอก นอกจากจะมีข้าวเหนียวธรรมดาแล้ว ยังมีข้าวหลามข้าวเหนียวดำ ข้าวหลามสังขยา ปัจจุบันยังมีข้าวหลามบ๊ะจ่างอีกด้วย เมื่อท่านมาเที่ยวองค์พระปฐมเจดีย์ อย่าลืมซื้อข้าวหลามบริเวณหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ กลับไปฝากคนที่บ้านด้วย

     ของฝากนครปฐมอย่างที่ 2 ส้มโอนครชัยศรี ดังคำขวัญจังหวัดนครปฐมว่า ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า จะเห็นได้จากคำขวัญว่า จังหวัดนครปฐมมีชื่อเสียงในเรื่องส้มโอ และส้มโอที่ดีที่สุดคือส้มโอนครชัยศรี มีหลากหลายพันธุ์ เช่นขาวแป้น ขาวพวง ทองดี ขาวน้ำผึ้ง แต่ปัจจุบันเหลือที่ยังปลูกอยู่ 2 สายพันธุ์คือทองดีและขาวน้ำผึ้ง  แต่ที่รสชาติดีและเป็นที่นิยมในปัจจุบันคือส้มโอขาวน้ำผึ้ง มีชื่อมาจากเนื้อส้มโอสีขาวอมเหลืองคล้ายสีน้ำผึ้ง มีน้ำในเนื้อมาก แต่ไม่แฉะ รสชาติดี ปัจจุบันผลใหญ่ราคาผลละ 100 ถึง 120 บาท แต่การซื้อต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะได้ส้มโอจากนอกพื้นที่ เช่นมาจากอำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี หรือส้มโอมาจากจังหวัดพิจิตรหรือจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนซื้อควรจะสอบถามคนขายให้ดีๆ ดังนั้นส้มโอจึงเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครปฐม

     ของฝากนครปฐมอย่างที่ 3 น้ำพริกแม่ศรี  ร้านน้ำพริกแม่ศรี เป็นร้านน้ำพริกที่มีชื่อเสียง และเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดนครปฐม จากอุตสาหกรรมเล็กๆของครอบครัว จนปัจจุบันได้ขยายตลาดไปทั่วโลก น้ำพริกแม่ศรี มาจากชื่อเล่นของมารดาผู้คิดสูตรน้ำพริกเมื่อปี 2508  โดยมีน้ำพริกต่างๆดังนี้ น้ำพริกแกงแดง น้ำพริกกลางดง น้ำพริกพะแนง ฉู่ฉี่ น้ำพริกแกงเขียวหวาน น้ำพริกขนมจีน ซอสปรุงรสต่างๆ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 130 ชนิด โดยน้ำพริกแม่ศรี ทำน้ำพริกเฉลี่ยวันละ 30 ตัน ปัจจุบันน้ำพริกแม่ศรี เข้าสู่ปีที่ 47 ที่ดำเนินกิจการน้ำพริกมา สำนักงานและโรงงาน อยู่ริมถนนเพชรเกษม ตำบลธรรมศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ใครผ่านไปมาสามารถแวะซื้อได้ ที่โชว์รูมน้ำพริกแม่ศรี และยังเป็นภัตตาคารที่ท่านสามารถสั่งน้ำพริกมารับประทานได้ รวมถึงซื้อของฝากกลับบ้าน

7.ของฝากจังหวัดสระบุรี

ของฝากจังหวัดสระบุรี
httpscommons.wikimedia.orgwikiFileSamut_Prakarn.jpg (2)

จังหวัดสระบุรี  สระบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง เป็นเสมือนทางผ่านสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ที่ชาวไทยเราเรียกว่าภาคอีสาน ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 150 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก มีสภาพเป็นเนินเขาสลับที่ราบ มีแม่น้ำป่าสักไหลผ่าน เมืองสระบุรีนี้สันนิษฐานว่า มีมาตั้งแต่ตอนต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ดูได้จากวัดพระพุทธบาท ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา มีที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง แต่คนโดยทั่วไปมักจะผ่านสระบุรีไป ขึ้นไปเที่ยวทางภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นจังหวัดสระบุรีจึงเหมือนทางผ่าน แต่ในจังหวัดสระบุรีก็มีของฝาก หลากหลายชนิดให้ท่านเลือกซื้อกลับบ้าน 

   ของฝากสระบุรีอย่างที่ 1 กะหรี่ปั๊บ ดังคำขวัญประจำจังหวัดสระบุรี คือ ” พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม  ฯ ” คำว่ากะหรี่ปั๊บ ซึ่งอยู่ในคำขวัญของจังหวัด แสดงว่าเป็นสินค้าที่ยอมรับว่า เป็นสินค้าดีของจังหวัด กะหรี่ปั๊บ เป็นอาหารแบบตะวันตกผสมกับอินเดีย เป็นอาหารแบบทอดน้ำมัน มีไส้ ได้รับความนิยมจากชาวมุสลิมในประเทศไทย สันนิษฐานว่าดัดแปลงมาจากขนมโปรตุเกส ในตอนกลางสมัยกรุงศรีอยุธยา มาจากคำว่า “Curry Puff” ทำจากแป้งสาลี น้ำมันพืช และมีไส้ของกะหรี่ปั๊บ ซึ่งไส้กะหรี่ปั๊บอาจจะมีหลายไส้ แต่ที่นิยมที่สุดคือกะหรี่ปั๊บไส้ไก่ นอกจากนี้ยังมีไส้ถั่วกวน ไส้มะพร้าว ใส่น้ำพริกเผา และอื่นๆอีกนับ 10 ไส้ กะหรี่ปั๊บสระบุรี ได้ชื่อว่า เป็นกะหรี่ปั๊บที่อร่อย ไม่อมน้ำมัน ถ้าท่านผ่านจังหวัดสระบุรีอย่าลืมแวะซื้อกลับบ้านนะครับ 

     ของฝากสระบุรีอย่างที่ 2 นมสด  ซึ่งมีอยู่ในคำขวัญของจังหวัดสระบุรี “….หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี…” จะเห็นได้ว่าจังหวัดสระบุรี เป็นแหล่งผลิตนมสดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีการเลี้ยงวัวนม ทั้งในระบบชุมชน หรือระบบอุตสาหกรรม ฟาร์มโคนมไทย – เดนมาร์ก เป็นฟาร์มโคนมแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ริเริ่มก่อตั้งขึ้น โดยร่วมมือกับประเทศเดนมาร์ก เพราะทรงเล็งเห็นว่า น้ำนมเป็นอาหารที่มีคุณค่า ในการเจริญเติบโต สำหรับเยาวชนไทย  ทรงเสด็จมาเปิดตั้งแต่ปี 2505 ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์กตั้งอยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ 34 ถนนมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชม และทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นถ้าท่านผ่านไปบริเวณดังกล่าว สามารถหาซื้อของฝากคือนม และผลิตภัณฑ์จากนม ฝากคนทางบ้านได้

    ของฝากสระบุรีอย่างที่ 3 ผลิตภัณฑ์หินอ่อน จังหวัดสระบุรี พบหินอ่อนเป็นจำนวนมาก ในอำเภอพระพุทธบาท อำเภอเมือง เป็นแหล่งภูเขาหินอ่อนพบสีเทาเข้ม สีขาวปนเทา และสีขาว หินอ่อนเกิดจากหินปูนที่ถูกแรงกระทำจากความร้อนและ ความกดดันภายใต้พื้นพิภพ ทำให้เกิดการตกผลึกกลายเป็นหินอ่อน ที่มีเนื้อแน่นละเอียดและแกร่งขึ้น เมื่อนำมาตัดขัดผิวหน้า เหมาะสำหรับนำมาประดับ หรือทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นนำมาแกะสลัก ทำเป็นเครื่องใช้ในบ้าน หรือนำมาตกแต่งบ้าน จังหวัดสระบุรีมีโรงงานหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นเมื่อท่านผ่านจังหวัดสระบุรี จะมีผลิตภัณฑ์หินอ่อนให้ท่านเลือกซื้อ นำมาใช้ที่บ้าน หรือนำมาฝากคนใกล้ชิด เป็นของฝากได้นะครับ

8.ของฝากจังหวัดนครสวรรค์

ของฝากจังหวัดนครสวรรค์

 จังหวัดนครสวรรค์  จังหวัดนครสวรรค์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ตอนบนของภาคกลาง ซึ่งเราถือว่าจังหวัดนครสวรรค์เป็นประตูไปสู่ภาคเหนือ  สภาพภูมิประเทศของจังหวัดนครสวรรค์เป็นที่ราบลุ่ม เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายหลักของ ภาคกลางนั่นคือแม่น้ำเจ้าพระยา อันเกิดจากการไหลมาบรรจบของแม่น้ำ 2 สายจากภาคเหนือ คือแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน และยังมีภูเขาขนาดย่อมๆกระจัดกระจายไปในอำเภอต่างๆ สันนิษฐานว่าจังหวัดนครสวรรค์ ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อได้มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองส่วนภูมิภาค ได้มีการจัดตั้งมณฑลนครสวรรค์ขึ้น จนกระทั่งหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นจังหวัดนครสวรรค์ ของฝากในจังหวัดนครสวรรค์มีหลายชนิด เราเลือกของฝากเด่นๆมา 3 ชนิดดังนี้

    ของฝากนครสวรรค์อย่างที่ 1 ขนมโมจิ เป็นขนมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครสวรรค์ นักท่องเที่ยวผ่านไปมามักจะซื้อนำมาเป็นของฝาก ขนมโมจิเป็นขนมของชนชาติญี่ปุ่น คำว่า “Motsu” แปลคร่าวๆได้ว่า มีกินมีใช้ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิ เป็นอาหารที่ได้รับมาจากเทพเจ้า ในช่วงก่อนวันปีใหม่ 1 สัปดาห์ ใช้กินกับน้ำชา  ขนมโมจิของจังหวัดนครสวรรค์ เป็นขนมที่ทำจากแป้งสาลี นมข้นหวาน นมสด เนย ผสมเข้าด้วยกันเป็นชั้นเปลือกนอกหรือแป้ง ส่วนของไส้นั้น รสชาติที่นิยมคือถั่วกวน และอบด้วยควันเทียนทิ้งไว้ 1 คืน จึงนำมาห่อกับแป้งที่เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จสิ้น ขนมโมจิจะนิยมนำไปกินคู่กับน้ำชาหรือกาแฟจะเข้ากันมาก ในจังหวัดนครสวรรค์มีผู้ผลิตโมจิอยู่หลายเจ้า มีแบบต่างๆมากมาย ถ้าท่านผ่านไปจังหวัดนครสวรรค์ หาซื้อนำมาฝากคนที่บ้านหรือญาติๆได้ เมื่อทุกคนเห็นโมจิจะรู้ว่าท่านไปจังหวัดนครสวรรค์มา

   ของฝากนครสวรรค์อย่างที่ 2 ลูกชิ้นปลากราย ดังคำขวัญของจังหวัดนครสวรรค์ว่า ” เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ” แสดงว่าจังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งผลิตปลาน้ำจืด ที่มีรสชาติดี นำมาทำลูกชิ้นปลา และปลาที่นำมาทำลูกชิ้นคือปลากราย ซึ่งลูกชิ้นปลากรายจะมีรสชาติกลมกล่อม อร่อย ลูกชิ้นเด้งสู้ฟัน หนึบหนับ เมื่อเราเข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ จะเห็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากราย อยู่เป็นจำนวนมาก ท่านสามารถซื้อมาฝากทางบ้านได้ โดยลูกชิ้นปลากรายจะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 220 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นลูกชิ้นเกรด A ส่วนราคาที่ถูกกว่านี้ก็จะมีแป้งผสมอยู่ ผ่านจังหวัดนครสวรรค์อย่าลืมซื้อลูกชิ้นปลากรายกลับบ้านนะครับ

     ของฝากนครสวรรค์อย่างที่ 3 ขนมไดฟูกุ จังหวัดนครสวรรค์ มีร้านจำหน่ายขนมไดฟูกุ อยู่หลายร้าน ท่านสามารถซื้อมาเป็นของฝากได้ ขนมไดฟูกุ ถือว่าเป็นขนมแห่งความโชคดี เพราะคำว่าใด ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าใหญ่ ส่วนฟุกุนั้นแปลว่าโชคดี รวมกันคือโชคดีมากๆ  เป็นขนมที่ทำจากแป้ง ภายในมีไส้ มีรสชาติต่างๆเช่น สตอเบอรี่ ชาเขียว ช็อคโกแลต รวมถึงไส้ผลไม้กวนต่างๆ เป็นขนมที่ทานได้เพลิน เคี้ยวได้หนุบหนับ แป้งจะนุ่มมากๆ รสชาติกลมกล่อมอร่อยเต็มปากเต็มคำ เก็บได้นาน ผ่านนครสวรรค์อย่าลืมซื้อฝากคนที่บ้านนะครับ 

9.ของฝากจังหวัดอ่างทอง

ของฝากจังหวัดอ่างทอง
Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org), CC BY 2.0 , via Wikimedia Commons

จังหวัดอ่างทอง อ่างทองเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 108 กิโลเมตร มีแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยไหลผ่าน จังหวัดอ่างทองมีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ลักษณะคล้ายอ่าง ไม่มีภูเขา ดินเป็นดินเหนียวปนทราย เหมาะแก่การปลูกข้าว ทำสวน ทำนา อ่างทองในอดีต มีผู้อยู่อาศัยมานานนับพันปีตั้งแต่ยุคหินใหม่ เพราะขุดพบเครื่องมือการเกษตรยุคแรกๆ และผ่านยุคต่างๆเรื่อยมาจนถึงสมัยอยุธยา จนตั้งเป็นเมืองอ่างทองในปัจจุบัน ของฝากที่น่าสนใจพี่ควรหาซื้อหาในจังหวัดอ่างทองมีดังนี้ 

    ของฝากอ่างทองอย่างที่ 1 ตุ๊กตาชาววัง ตามคำขวัญของจังหวัดอ่างทองคือ ” พระสมเด็จเกศไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีระไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน ” ในจังหวัดอ่างทองมีศูนย์ตุ๊กตาชาววัง 1 แห่ง คือศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ  ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ตุ๊กตาชาววังเป็นงานปั้นจากดินเหนียว มีขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่นิยมกันมากคือขนาดเล็ก ซึ่งสูงประมาณ 2 เซนติเมตร โดยทั่วไปจะปั้นเป็นรูปเด็กเล็ก ที่มีไว้ทั้งผมแกละ ผมจุก ผมเปีย  ถ่ายทอดถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คน และวัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆ เช่นการละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ หรืออาจจะเป็นรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิด ซึ่งล้วนสวยงามน่ารักและเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง โดยโครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จ เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ภายในหมู่บ้านบางเสด็จ ซึ่งปัจจุบันจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ท่านสามารถเดินทางมาได้จากกรุงเทพฯ โดยขึ้นทางด่วน ไปที่อำเภอบางปะอิน แล้วตรงไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 (สายอยุธยา-บางปะหัน) ตรงไปอีกประมาณ 27 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 จากอยุธยาไปประมาณ 16 กิโลเมตร จะเห็นสัญลักษณ์หุ่นรูปปั้นตุ๊กตาอยู่ทางซ้ายมือ เมื่อท่านไปแวะชมแล้ว อย่าลืมซื้อตุ๊กตาชาววังกลับมาฝากเด็กๆที่บ้านนะครับ

   ของฝากอ่างทองอย่างที่ 2 เครื่องจักสาน เครื่องจักสานบ้านบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นการสืบทอดการจักสานจากบรรพบุรุษ โดยในสมัยก่อนจากสานเป็นภาชนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่นตะกร้า กระบุง บ้านน้ำชา ของที่ใช้ตัก ที่จับสัตว์น้ำ ต่อมาดัดแปลงเป็นของใช้ที่ทันสมัย เช่นกระเป๋า ของขวัญของกำนัน ซึ่งจังหวัดอ่างทอง ได้นำเครื่องจักสานบรรจุไว้เป็นของขวัญของจังหวัดด้วย ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานบ้านบางเจ้าฉ่า มีความประณีต สวยงาม เป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเอกลักษณ์ความเป็นไทย ลวดลายมีการปรับปรุงประยุกต์ให้เข้ากับลายของผลิตภัณฑ์  เพื่อเพิ่มความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปชม สามารถเดินทางไปโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3454 จากอำเภอโพธิ์ทองไปทางอำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะพบทางแยกเข้าหมู่บ้านบางเจ้าฉ่าทางขวา ให้เลี้ยวเข้าไปราว 1 กิโลเมตรก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ใครสนใจผลิตภัณฑ์เครื่องจักสาน ที่สวยงามและมีคุณค่า เหมาะจะนำไปประดับตกแต่ง ขอเชิญเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันนะครับ

     ของฝากอ่างทองอย่างที่ 3 กลอง จากหมู่บ้านทำกองเอกราช เป็นหมู่บ้านทำกลองที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งจังหวัดอ่างทอง นำมาบรรจุไว้ในคำขวัญของจังหวัด ตั้งอยู่ที่ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง หมู่บ้านทำกรองเอกราช เป็นหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่า เป็นหมู่บ้านผลิตกลองที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในประเทศไทย โดยชาวบ้านจะนิยมทำเป็นอาชีพเสริม หลังจากดูเก็บเกี่ยว โดยทำกันมานับร้อยปี ตัวกลองจะทำจากไม้ฉำฉา ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน และใซ้หนังวัว ทำหน้ากลอง โดยมีตั้งแต่กลองทัด กลองสั้น กลองยาว กลองรำวง จนถึงคลองเพล ไปจนถึงกล่องขนาดเล็กๆ สำหรับไว้เป็นของที่ระลึก ให้ซื้อหาไปประดับตกแต่งบ้าน ที่ตั้งของตำบลเอกราช อยู่หลังตลาดป่าโมก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางใช้ถนนสายผ่านหน้าที่ทำการเทศบาลตำบลป่าโมก ซึ่งขนานกับแม่น้ำ ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ตลอด 2 ข้างทางจะเห็นร้านขายกล่องเป็นระยะ ถ้าท่านสนใจแวะซื้อ นำมาเป็นของฝาก ให้คนที่บ้านได้ครับ

10.ของฝากจังหวัดนครนายก

ของฝากจังหวัดนครนายก
Chainwit., CC BY-SA 4.0 httpscreativecommons.orglicensesby-sa4.0, via Wikimedia Commons

จังหวัดนครนายก  นครนายกเป็นจังหวัดในภาคกลาง อยู่ตอนกลางของประเทศไทย สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองในสมัยทราวดี มีหลักฐานแนวกำแพงดินอยู่ที่บ้านดงละคร  นครนายกปรากฏในหลักฐานสมัยอยุธยาว่า เป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันออก และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยให้จังหวัดนครนายกไปขึ้นกับเขตมณฑลปราจีนบุรี และประมาณปีพ.ศ 2489 จึงให้นครนายก แยกออกมาเป็นจังหวัด อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 105 กิโลเมตร สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบ ทางตอนเหนือและตะวันออกเป็นภูเขาสูงชัน  ในอำเภอเมือง และอำเภอปากพลี ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ส่วนทางตอนกลางและตอนใต้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ เป็นที่ทำเกษตรกรรม ปลูกไม้ผล และเพาะพันธุ์ไม่้ ขายส่งทั่วประเทศไทย  ส่วนใครที่ผ่านจังหวัดนครนายก และมีความต้องการจะซื้อของฝาก แนะนำของฝากตามความชอบ ดังนี้

     ของฝากนครนายกอย่างที่ 1 ไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดนครนายก เป็นพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อนำส่งขายในกรุงเทพฯ รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง มีพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในหลายพื้นที่ แต่ที่แนะนำ บริเวณคลอง 15 ถนนสายรังสิต – นครนายก อำเภอองครักษ์ เป็นสถานที่จำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อนข้ามคลอง 15 อำเภอองครักษ์ ติดถนนใหญ่ เกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จะใช้พื้นที่ริมถนน จำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ มีทั้งต้นไม้ อุปกรณ์จัดแต่งสวนนานาชนิด สองฟากถนนเรียงรายไปด้วยร้านต้นไม้ ร้านขายดอกไม้ มีตั้งแต่ไม้ประดับขนาดเล็ก จนถึงต้นปาล์มขนาดใหญ่ มีไม้ดอกไม้ประดับครบทุกสายพันธุ์ หากท่านต้องการแต่งสวน สามารถเดินทางมาซื้อต้นไม้ที่ท่านสนใจได้ที่นี่ หากขับรถเลียบคลองจะเข้าไปจะเป็นหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ สถานที่ตั้งอยู่ที่คลอง 15 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 รังสิต – นครนายก กิโลเมตรที่ 37 เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ถ้าใครผ่านไปทางนั้น ท่านสามารถซื้อต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ไปฝากคนทางบ้านได้

  ของฝากนครนายกอย่างที่ 2 มะยงชิด จังหวัดนครนายกมีสวนมะยงชิด ที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก  และมะยงชิดเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนครนายก มีรสหวานอมเปรี้ยว ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในช่วงหน้าร้อน เมื่อประชาชนเดินทางมาเที่ยวนครนายก เพื่อไปเที่ยวน้ำตก และกิจกรรมที่ ไม่ควรพลาดคือการ กินมะยงชิดผลโตๆหวานๆ ซึ่งจะออกผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ของทุกปี จังหวัดนครนายกถือเป็นแหล่งปลูกมะยงชิดที่ขึ้นชื่อ เพาะปลูกแล้วได้ผลขนาดใหญ่ รูปไข่สีเหลืองส้ม เนื้อแน่น กรอบ มีกลิ่นหอม เม็ดลีบ หวานอมเปรี้ยว คุณภาพดี สีและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จนทำให้มะยงชิดกลายเป็น signature ของจังหวัด ที่ต้องซื้อกลับบ้านไปเป็นของฝาก และมีการจัดงานวันมะยงชิด มะปรางหวาน ของดีของนครนายกเป็นประจำทุกปีด้วย ปลูกกันมากในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา อำเภอปากพลี และอำเภอองครักษ์ โดยมีสวนหลายสวนในเขตพื้นที่อำเภอต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เช่นทสวนสีทอง สวนละอองฟ้า สวนตาจรูญ ซึ่งสวนเหล่านี้ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมและซื้อผลิตภัณฑ์ และชิมมะยงซิดกันสดๆได้ ถ้าใครผ่านจังหวัดนครนายก อย่าลืมหาซื้อมะยงชิดไปฝากกันนะครับ

    ของฝากนครนายกอย่างที่ 3 ไข่เค็มบ้านนา ไข่เค็มจากอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นไข่เค็มจากเป็ดอารมณ์ดี ได้จากเป็ดไล่ทุ่ง เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ  ไข่เค็มจึงฟองใหญ่ ซึ่งไข่ขาวมีความเค็มพอเหมาะ ส่วนไข่แดงจะมีขนาดใหญ่ ไม่เค็มมากเหมาะต่อสุขภาพ ซึ่งสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายชนิด จะเป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดนครนายก ถ้าผ่านปลายทางอำเภอบ้านนา อย่าลืมแวะซื้อไข่เค็ม ซึ่งมาจากเป็ดไล่ทุ่งนะครับ นำไปฝากให้ใคร ก็คงจะชอบทุกคน

       ทุกท่านที่เดินทางผ่าน 10 จังหวัดในภาคกลาง ตามที่เขียนมาข้างบน ท่านสามารถหาซื้อของฝาก ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ประจำจังหวัด ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนั้นๆ กลับไปฝากคนที่นับถือ ญาติผู้ใหญ่ ลูกหลานของท่าน ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทย.