7 ตำแหน่งเจาะหูและต่างหูที่เหมาะกับรูปหน้า
การเจาะหูเพื่อสร้างสไตล์และเพิ่มความเท่ได้กลายเป็นแนวทางแฟชั่นที่ได้รับความนิยมและความสนใจอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน หากคุณกำลังมองหาตำแหน่งที่เหมาะกับสไตล์และพลิกโฉมลุคของคุณด้วยการเจาะหูที่เท่เหล่านี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ:
1. ตำแหน่ง Earlobe (บริเวณติ่งหู)
การเจาะหูในตำแหน่ง Earlobe เป็นทางเลือกที่นิยมสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจการใส่เครื่องประดับหูครั้งแรก จุดนี้เหมาะแก่ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณติ่งหูที่อ่อนนุ่ม การเจาะในตำแหน่งนี้มักไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากนักและใช้เวลาในการรักษาแผลไม่นาน คุณสามารถใส่เครื่องประดับหลากหลายเพื่อเพิ่มเสน่ห์และสร้างสไตล์ของคุณได้ตามความชื่นชอบของคุณ
- ระดับความเจ็บ: น้อย
- การรักษาหลังการเจาะ: ราว 1-2 เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: รักษาความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ
2. ตำแหน่ง Rook (บริเวณกระดูกด้านใน):
Rook เป็นตำแหน่งที่อยู่บนส่วนบนของใบหูและมักจะมีความเจ็บปานกลางในขณะที่เจาะ การรักษาแผลในตำแหน่งนี้อาจใช้เวลานานกว่าบางตำแหน่งอื่น แต่ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ของรูปร่างที่ได้รับจะเป็นเหตุผลที่มากที่ทำให้คนนิยม
- ระดับความเจ็บ: ปานกลาง
- การรักษาหลังการเจาะ : 3 – 9เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: ต้องระมัดระวังการดูแลรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
3. ตำแหน่ง Helix (บริเวณขอบใบหูด้านบน)
หากคุณต้องการลุคที่ทันสมัยและน่าสนใจ เจาะหูในตำแหน่ง Helix อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ความเจ็บปวดในขณะที่เจาะในตำแหน่งนี้มักจะอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง แต่คุณสามารถเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์และดึงดูดความสนใจได้ด้วยการปรับแต่งด้วยเครื่องประดับต่างๆ ตามสไตล์ของคุณ
- ระดับความเจ็บ: น้อยถึงปานกลาง
- การรักษาหลังการเจาะ: 3-6 เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: สามารถทำความสะอาดได้ง่าย แต่อาจเกิดอาการบวมอักเสบชั่วคราว
4. ตำแหน่ง Tragus (ติ่งกระดูกอ่อนหน้ารูหู)
Tragus เป็นจุดที่ตั้งอยู่บริเวณติ่งกระดูกอ่อนหน้ารูหู มันเป็นตำแหน่งที่มีเอกลักษณ์และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคที่ไม่เหมือนใคร การเจาะ Tragus มักจะมีความเจ็บปวดปานกลาง แต่ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ที่มากจะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจและเป็นเจ้าของสไตล์ของตัวเอง
- ระดับความเจ็บ: ปานกลาง
- เวลาที่ใช้ในการเจาะ: 3-6 เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์แนบหูและการใช้หูฟังไปเร็วๆ หลังการเจาะ
5. ตำแหน่ง Earhead (บริเวณติ่งกระดูกอ่อนหน้ารูหู)
การเจาะหูในตำแหน่ง Earhead เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลุคที่คล้ายคลึงกับเดิมพันธ์ของตัวเอง ความเจ็บปวดจะอยู่ในระดับปานกลางและระยะเวลาในการรักษาแผลไม่ค่อยยาวนาน เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปรับแต่งหูที่ไม่ซับซ้อนมาก
- ระดับความเจ็บ: ปานกลาง
- เวลาที่ใช้ในการเจาะ: 6-9 เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: ใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ล้างหรือใช้น้ำเกลือเช็ดเบาๆ
6. ตำแหน่ง Daith (บริเวณด้านในใบหู)
การเจาะหูในตำแหน่ง Earhead เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลุคที่คล้ายคลึงกับเดิมพันธ์ของตัวเอง ความเจ็บปวดจะอยู่ในระดับปานกลางและระยะเวลาในการรักษาแผลไม่ค่อยยาวนาน เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปรับแต่งหูที่ไม่ซับซ้อนมาก
- ระดับความเจ็บ: ปานกลาง
- เวลาที่ใช้ในการเจาะ: 6-9 เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: ใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ล้างหรือใช้น้ำเกลือเช็ดเบาๆ
7. ตำแหน่ง Conch (บริเวณกระดูกอ่อนในหู)
สำหรับคนที่มองหาความเป็นเจ้าของสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และสปอร์ต การเจาะหูในตำแหน่ง Conch เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ถึงจะมีระดับความเจ็บปวดสูง แต่ความหลากหลายในการปรับแต่งหูจะทำให้คุณมีลุคที่ไม่ซ้ำใครและเหนือกว่าคนอื่นๆ
- ระดับความเจ็บ: สูง
- เวลาที่ใช้ในการเจาะ: 6-9 เดือน
- การดูแลหลังการเจาะ: ควรระมัดระวังการดูแลและรักษาความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ต่างหูแบบไหนเข้ากับรูปหน้าแบบใด ?
รูปหน้ากลม (Round):
สำหรับคนที่มีรูปหน้ากลม คุณสามารถเลือกใส่เครื่องประดับหูที่มีความยาวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นแก่รูปหน้าของคุณ เครื่องประดับหูที่ลงตัวมากคือต่างหูแบบยาวหรือต่างหูที่มีความยาวเพียงพอที่จะสร้างเส้นตรงและเน้นความยาวให้กับรูปหน้ากลม
รูปหน้ายาว (Oblong):
สำหรับรูปหน้ายาว คุณควรเลือกเครื่องประดับหูที่สร้างความกลมกลืนและเพิ่มความกว้างให้กับรูปหน้า เช่น ห่วงหูแขวนหรือต่างหูที่มีขนาดใหญ่ พื่อเน้นความกว้างและกลมกลืน เครื่องประดับหูที่มีลวดหรือส่วนของห่วงโดยเฉพาะอาจเป็นทางเลือกที่ดี
รูปหน้าสี่เหลี่ยม (Square):
สำหรับรูปหน้าสี่เหลี่ยม คุณควรเลือกเครื่องประดับหูที่มีเส้นโค้งและเส้นประดับเพื่อทำให้รูปหน้าดูนุ่มนวลมากขึ้น เครื่องประดับหูแบบชั้นโค้งหรือเส้นสายที่มีส่วนต่างๆ ที่เพิ่มสีสัน อาจช่วยเพิ่มความนุ่มนวลให้กับรูปหน้าสี่เหลี่ยม
รูปหน้าไข่ (Oval):
สำหรับรูปหน้าไข่ คุณโชคดีที่สามารถใส่เครื่องประดับหูแบบหลากหลายรูปแบบได้ เนื่องจากรูปหน้าไข่มีลักษณะที่สมดุลและเหมาะกับหลายสไตล์ เลือกเครื่องประดับหูที่คุณรักและเหมาะกับการแต่งตัวของคุณได้เลย
รูปหน้าสามเหลี่ยม:
สำหรับรูปหน้าสามเหลี่ยมที่มีความกว้าง คุณควรเลือกเครื่องประดับหูที่มีลักษณะกลมและทำให้รูปหน้าดูนุ่มนวลมากขึ้น เครื่องประดับหูที่มีรูปร่างโค้งหรือทรงวงกลมสามารถช่วยเพิ่มความคลาสสิกแก่รูปหน้าสามเหลี่ยมได้
รูปหน้าผอม:
สำหรับรูปหน้าผอมที่มีความยาวมากกว่าความกว้าง คุณควรเลือกเครื่องประดับหูที่สร้างความกลมกลืนและเพิ่มความกว้างให้กับรูปหน้า โดย อาจจะเป็นเครื่องประดับหูที่มีลวดลายหรือเครื่องประดับขนาดใหญ่
ทั้งนี้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องประดับหูที่เข้ากับรูปหน้าแต่ละแบบสิ่งสำคัญที่สุดคือคุณควรทดลองใส่และดูว่าเครื่องประดับหูใดที่ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจและสวยงามที่สุดกับรูปหน้าของคุณแล้วก็สามารถแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของคุณได้อย่างดีที่สุด
5 สิ่งที่ควรทำ และระมัดระวังในการเจาะหู
การเจาะหูเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญในการปรับแต่งลุคและเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวคุณ อย่างไรก็ตาม การดำเนินกระบวนการเจาะหูต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยอย่างเป็นพิเศษ ดังนั้น นี่คือ 5 สิ่งที่ควรทำและระมัดระวังเมื่อคุณตัดสินใจที่จะเจาะหู:
สิ่งที่ควรทำตอนเจาะหู:
- เลือกร้านเจาะหูที่มีมาตรฐาน: เลือกร้านที่มีชื่อเสียงและได้รับการแนะนำจากคนอื่น ร้านเจาะหูควรมีความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี พนักงานควรมีความรู้และความชำนาญในการดำเนินกระบวนการ
- ทำความสะอาดก่อนและหลังการเจาะหู: การล้างมือและทำความสะอาดหูก่อนการเจาะเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ
- เลือกรูปแบบและตำแหน่งที่เหมาะสม: คำปรึกษากับเจ้าหน้าที่เรื่องรูปแบบและตำแหน่งที่เหมาะสมตามรูปหน้าและสไตล์ของคุณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและน่าพอใจ
- ดูแลแผลอย่างถูกวิธี: หลังจากการเจาะหูควรทำความสะอาดแผลด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดแผลให้แห้ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสหูที่เพิ่งเจาะด้วยมือไม่สะอาด
- รับประทานอาหารที่ถูกต้อง: หลังการเจาะหู ควรรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และสดชื่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น
สิ่งที่ควรระมัดระวังเวลาเจาะหู :
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบ่อยๆ: หลีกเลี่ยงการสัมผัสหูที่เพิ่งเจาะด้วยมือ และหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังสำหรับตำแหน่งที่เพิ่งเจาะ
- เฝ้าระวังอาการผิดปกติ: หากมีอาการบวม แดง อักเสบ หรือมีการไหลของน้ำเหลืองหรือหมดก็ควรปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นได้ว่าเกิดการติดเชื้อ
- ไม่ใช้สารเคมีที่แรงมาก: หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่แรงมากเช่น แอลกอฮอล์ หรือเจลฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดแผล เพราะอาจทำให้แผลแพ้และเสี่ยงต่อการอักเสบ
- เฝ้าระวังการติดเชื้อ: หากมีอาการบวม แดง หรือมีน้ำเหลืองหรือหมดออกมาจากแผล หรือมีอาการคัน อุจจาระ หรือผื่นบริเวณแผลควรปรึกษาแพทย์
การเจาะหูเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยเสมอ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องและดูแลรักษาแผลอย่างถูกวิธี หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำและการรักษาอย่างถูกต้อง