รีวิวร้าน 20 บาท หนึ่งในธุรกิจยอดฮิตของไทย
ในประเทศไทยร้าน 20 บาทถือเป็นหนึ่งในร้านยอดฮิตที่ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนเราก็จะได้เห็นร้าน 20 บาท ซึ่งแน่นอนว่าก็คงจะมีคนหลายคน อยากลองเปิดร้าน 20 บาทดู แต่ว่าในการเปิดร้านหรือทำธุรกิจอะไรสักอย่างก็คงจะไม่ง่ายและในการทำธุรกิจก็ย่อมมีความเสี่ยงตามมา ทำให้วันนี้เราเลยมาขอรีวิวธุรกิจร้าน 20 บาท
เปิด ร้าน 20 บาท ต้องลงทุนเท่าไหร่
ในปัจจุบันไม่ว่าเราจะทำอะไรก็จำเป็นต้องใช้เงินทั้งนั้น และแน่นอนว่าการเปิดร้าน 20 บาทก็จำเป็นต้องใช้เงินในการลงทุนจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว โดยการลงทุนของร้าน 20 บาทหลักๆ เลยจะมาจากค่าซื้อสินค้ามาสต๊อกในร้าน ต้นทุนในการสร้าง ตกแต่งร้าน และค่าเช่าสถานที่
- ต้นทุนในการตั้งร้าน : ในการเปิดร้านค้าหรือร้านต่างๆ นั้นเราจำเป็นต้องมีต้นทุนในการก่อสร้างหรือการตกแต่งด้วย ซึ่งต้นทุนในการก่อสร้างหรือตกแต่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดสถานที่ โดยเราอาจจะได้เห็นร้าน 20 บาทที่มีขนาดเล็กไปจนถึงร้าน 20 บาทที่มีขนาดเป็นโกดังหรืออาคาร ซึ่งต้นทุนในการตกแต่งร้าน 20 บาทที่มีขนาดไม่ใหญ่อาจเริ่มต้นได้ตั้งแต่ไม่กี่หมื่นไปจนถึงหลายแสนเลย
- การซื้อของใช้และอุปกรณ์ที่จำเป็นในร้าน ในการทำร้าน 20 บาทก็มีอุปกรณ์หลายอย่างที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็นเครื่องคิดเงิน ชั้นวางสินค้า ป้ายสินค้า ระบบจัดการร้านหรืออุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็น อุปกรณ์เหล่านี้มีความจำเป็นต่อร้าน 20 บาทเป็นอย่างมากอย่าง เช่นชั้นวางของ หรืออย่างเครื่องคิดเงินด้วยสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร้าน 20 บาทมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และทำให้การจัดการร้านเป็นระบบ ระเบียบมากขึ้นนั้นเอง
- การซื้อสินค้ามาสต๊อก ร้าน 20 บาทจำเป็นต้องซื้อสินค้ามาสต๊อกในร้านเป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีสินค้าที่ครอบคลุมหลายรายการเพราะหากลูกค้าหรือผู้ที่มาใช้บริการต้องการสินค้าบางอย่างแล้ว ร้านของเราไม่มีหลายคนอาจจะไม่กลับมาใช้บริการอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็เป็นได้ ทำให้ร้าน 20 บาทจำเป็นต้องสต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าต้นทุนในการสต๊อกสินค้าก็ตามแต่ขนาดของร้าน โดยร้านขนาดเล็ก อาจจะต้องลงทุนเริ่มต้น 50,000 บาทไปจนถึง หลายแสนบาทขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนสินค้าที่เราอยากสต๊อกไว้
- ทำเลและค่าเช่า ร้าน 20 บาทก็เหมือนหลายๆ ร้านที่จำเป็นที่จะต้องตั้งอยู่ในทำเลที่ดี มีคนพลุกพล่านเพราะ ธุรกิจร้าน 20 บาทเน้นขายสินค้าจำนวนมากๆ ทั้งหลายทำเลก็มีร้าน 20 บาทตั้งอยู่ก่อนแล้วหรือหลายทำเลก็มีค่าเช่าแพงทำให้หากใครจะทำร้าน 20 บาท จำเป็นจะต้องคิดถึงทำเลและค่าเช่าให้ดี
การเลือกทำเลเพื่อเปิดร้าน 20 บาท
ในหลายๆธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้าหรือบริการแล้วหากมีทำเลดีก็ย่อมได้เปรียบ ร้าน 20 บาทก็เช่นกันโดยธุรกิจร้าน 20 บาทหากมีทำเลที่ดีแล้ว ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จไปแล้ว 50% เพราะธุรกิจร้าน 20 บาทก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันที่สูง และร้านที่อยู่ในทำเลที่ดีกว่า ก็มักจะได้เปรียบมากกว่า ทำให้ในการแข่งขันระยะยาวแล้ว ร้านที่อยู่ในทำเลที่เสียเปรียบก็อาจจะต้องปิดร้านไป
ทำเลที่ดีในร้าน 20 บาทเป็นอย่างไร ?
ธุรกิจนี้ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้ากว้างมากหรือแทบจะเรียกได้ว่าใครๆ ก็เป็นกลุ่มลูกค้าของร้าน 20 บาท เพราะสินค้าหลายอย่างก็เหมาะกับการมาหาซื้อในร้าน 20 บาท และร้าน 20 บาทยังเป็นหนึ่งในร้านที่ซื้อง่ายขายคล่องอีกด้วย ทำให้ทำเลที่ดีของการตั้งร้าน 20 บาท จะต้องตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีคนพลุกพล่านและสามารถเดินทางเข้าออกได้ง่าย ทำให้เราอาจจะเห็นร้าน 20 บาทในหลายๆพื้นที่ อย่างเช่นหน้าห้างเทสโก้โลตัส ตามตึกแถวต่างๆ ใกล้ตลาดหรือตามแหล่งชุมชน โดยหากหน้าร้านมีที่จอดรถไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ก็จะเป็นเรื่องที่ดียิ่งขึ้น
หนึ่งในเรื่องที่สำคัญของการเลือกทำเลร้าน 20 บาทนั่นก็คือแถวนั้นมีร้านคู่แข่งอยู่หรือไม่ หากใกล้ๆทำเลที่เราต้องการมีร้าน 20 บาทอยู่ก่อนแล้ว นี่ถือเป็นหนึ่งในความยากที่จะไปเปิดในทำเลแถวนั้น เพราะหากเขาอยู่ในทำเลที่ดีกว่า การที่เราจะไปเปิดแข่งกับเขาก็จะเป็นเรื่องยากและร้านที่เปิดมาก่อนมีความเป็นไปได้สูงที่คนแถวนั้นจะเป็นลูกค้าประจำ การเปิดร้าน 20 บาทใกล้ร้านคู่แข่งที่มีทำเลดีกว่านั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะเท่าไหร่
การสต๊อกสินค้าในร้าน 20 บาท
ในการลงทุนของร้าน 20 บาท จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมากโดยสินค้าแต่ละอย่างก็มีต้นทุนและกำไรที่แตกต่างกันไป ทั้งสินค้าหลายอย่างก็มีทั้งขายดีและไม่ดีปะปนกัน แต่โดยทั่วไปแล้วร้าน 20 บาท จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าหลายรายการ เพราะหากผู้ใช้บริการเข้ามาหาสินค้าในร้านของเราแล้ว ไม่พบสินค้าก็มีความเป็นไปได้ว่าลูกค้าอาจจะไม่กลับมาร้านของเราอีก
ตัวอย่างเช่นหากลูกค้า ต้องการเข้ามาซื้อกรรไกร แล้วร้านเราไม่มีขาย ลูกค้าก็อาจจะไปหาร้านอื่นซึ่งจะทำให้เราเสียลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอาจจะเป็นลูกค้าในอนาคตของเราด้วย ทำให้สินค้าหลายรายการที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของคนทั่วไปแต่คนที่ทำธุรกิจร้าน 20 บาท ก็อาจจำเป็นต้องสต๊อกสินค้าเอาไว้บางส่วนด้วย
ต้นทุนของสินค้าและกำไรของร้าน 20 บาท
ต้นทุนของสินค้าในร้าน 20 บาทจะอยู่ในช่วงประมาณ 10-15 บาทแล้วแต่สินค้า และโดยทั่วไปเวลาซื้อสินค้ามาสต๊อกในร้าน มักจะซื้อเป็นจำนวนมากทำให้ได้ราคาเป็นพิเศษ โดยร้าน 20 บาทได้กำไรต่อการขายสินค้า 1 ชิ้น อยู่ในช่วงราคาประมาณ 5-10 บาท
แน่นอนว่า สินค้าที่ขายดี อาจจะได้กำไรชิ้นละ 5 บาทแต่สินค้าบางอย่างที่ขายไม่ค่อยดีอาจได้กำไรชิ้นละ 10 บาท ตัวอย่างเช่นการสต๊อกน้ำยาล้างจานแบบขวด 1 ลัง ราคาต้นทุนอาจตกชิ้นละ 1 5- 16 บาท สินค้านี้อาจจะเป็น 1 ในสินค้าที่ขายดีแต่ว่าได้รับกำไรชิ้นละประมาณ 4 – 5 บาท กับการสินค้าอย่างยาเบื่อหนูหรือพวกลูกเหม็นเราอาจหาได้ในราคา ชิ้นละไม่ถึง 10 บาทซึ่งจะทำให้เราได้กำไรมากกว่าชิ้นละ 10 บาทนั่นเอง
ในปัจจุบันกำไรโดยเฉลี่ยของร้าน 20 บาทนั้นจะประมาณ 20-30% ของยอดขายทำให้หากร้านขายของ 20 บาทร้านใดมียอดขายประมาณ 100,000 บาทก็จะได้กำไรตกประมาณ 20,000-30,000 บาทนั่นเอง ซึ่งยอดขาย 100,000 บาทต่อเดือนนั้น ก็ต้องขายสินค้าให้ได้ประมาณ 100 – 200 ชิ้นต่อวันโดยจำนวนนี้ถือเป็นจำนวนที่ไม่ง่ายสำหรับร้านที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่ค่อยดี และเป็นจำนวนที่ไม่ยากสำหรับร้านค้าที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี
การหาแหล่งซื้อสินค้าของร้าน 20 บาท
ในธุรกิจร้าน 20 บาทสามารถหาแหล่งซื้อสินค้าได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นร้านขายส่งตามที่ต่างๆ แฟรนไชส์เกี่ยวกับร้าน 20 บาท หรือเว็บไซต์ต่างๆที่ขายส่งสินค้า โดยหลายที่ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป
1.ร้านขายส่งใกล้ๆบ้าน
หากเราซื้อสินค้าจากร้านขายส่งใกล้บ้านมาสต๊อก ก็อาจจะมีข้อดีที่สามารถทำได้ง่ายและปัญหาน้อยแต่ว่าสินค้าที่เป็นกระแสหรือสินค้ามาแรง ก็อาจไม่มีสินค้าที่เราต้องการก็เป็นได้ ทั้งราคายังแตกต่างกันไปตามร้านขายส่งใกล้ๆบ้านอีกด้วย
2.แฟรนไชส์เกี่ยวกับร้าน 20 บาท
ในปัจจุบันมีแฟรนไชส์ที่เกี่ยวกับร้าน 20 บาทอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายแฟรนไชส์นั้นยังขายส่งสินค้าให้ร้าน 20 บาทต่างๆ อีกด้วย โดยแฟรนไชส์ยังมีสินค้าที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าตามกระแสหรือสินค้านอกกระแสแต่ว่าราคาอาจจะถูกหรือแพงกว่าข้างนอกก็ตามแต่แฟรนไชส์ และยังอาจมีเงื่อนไขต่างๆ ในการสั่งซื้อเพิ่มอีกด้วย
3.เว็บไซต์ขายส่งสินค้า
การสั่งสินค้าจากเว็บไซต์ขายส่งก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเพราะเราสามารถหาสินค้าได้แทบทุกอย่างจากเว็บไซต์ขายส่งหลายๆเว็บ และราคายังสามารถเลือกเปรียบเทียบได้ง่ายอีกด้วย แต่ว่าในปัจจุบันก็มีเว็บไซต์หลายเว็บที่ส่งของไม่ได้มาตรฐานหรือส่งของไม่ตรงตามที่เราต้องการ ทำให้เราต้องหาเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ทั้งการสั่งของจากเว็บไซต์ยังมีค่าส่งและยิ่งเราสั่งของไปจำนวนมากเราก็ยังต้องเสียค่าส่งเป็นจำนวนมากตามมานั่นเอง
ข้อดีของร้าน 20 บาท
- สินค้าราคาไม่แพง สินค้าในร้าน 20 บาทมักจะราคา 20 บาททำให้ผู้ซื้อหรือผู้ใช้บริการสามารถซื้อได้เป็นจำนวนมากและยังสามารถซื้อได้ง่ายอีกด้วย
- สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ร้าน 20 บาทถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เริ่มต้นได้ง่าย
- สินค้าเก็บไว้ได้นาน สินค้าของร้าน 20 บาทส่วนมากสามารถเก็บไว้ได้นานเพราะมักจะเป็นของใช้และอุปกรณ์ต่างๆ
- กลุ่มเป้าหมายของร้าน 20 บาท ปกติแล้วร้าน 20 บาทจะมีกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากแทบจะครอบคลุมทุกกลุ่มเพราะสินค้าหลายรายการก็สามารถหาได้ง่ายที่ร้าน 20 บาท
ข้อเสียของร้าน 20 บาท
ของหลายรายการขายไม่ออก สินค้าที่สต๊อกไว้อาจจะขายไม่ออกเพราะตกรุ่นหรือว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้รับความนิยม สินค้าเหล่านี้หากสั่งหรือสต๊อกมาไว้เรื่อยๆ นานๆ ไปก็อาจจะเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ทุนจมก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่นเคสมือถือที่ตกรุ่นไปแล้ว จนทำให้ผู้ประกอบการหลายคนออกมาบอกว่ากำไรของร้าน 20 บาทก็คือสินค้าที่ขายไม่ออกนั่นเอง (หมายถึง ไม่มีกำไรมีแต่สินค้าที่เหลือ )
สินค้าไม่มีคุณภาพ ด้วยต้นทุนที่ต่ำทำให้สินค้าหลายรายการของร้าน 20 บาทไม่ค่อยมีคุณภาพ ทำให้มีคนหลายๆคนชอบพูดว่าสินค้าจากร้าน 20 บาทไม่มีคุณภาพ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นความคิดเห็นของผู้คนทำให้มีหลายคนเลือกที่จะไม่ใช้สินค้าจากร้าน 20 บาท
ปัญหาของการสต๊อกสินค้า คนทำธุรกิจหลายคนอาจต้องเจอปัญหาของการสต๊อกสินค้าเพราะสินค้าบางอย่างนำมาสต๊อกไว้ก็อาจจะขายไม่ออกหรือขายไม่ดี แต่กับกันสินค้าหลายอย่างอาจจะขายดีจนไม่มีในสต๊อก ทำให้ปัญหาในการสต๊อกสินค้าก็เป็นหนึ่งในปัญหาของร้าน 20 บาทเหมือนกัน
การเช็คและสต๊อกสินค้าของร้าน 20 บาท
- ในการค้าขายการเช็คสินค้าและการสต๊อกสินค้าถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญ เพราะการเช็คสินค้านั้นจะทำให้เรารู้ว่าสินค้าไหนเป็นสินค้าที่ขายดี สินค้าไหนเป็นสินค้าที่ขายไม่ดี และเราเหลือสินค้าอยู่เท่าไหร่ โดยปัญหาของร้าน 20 บาทหลายๆแห่งคือการไม่เช็คสต๊อกสินค้า เพราะทำให้เราไม่รู้เลยว่าเราเหลือสินค้าอยู่เท่าไหร่
2. โดยร้าน 20 บาทนั้นจำเป็นต้องสั่งสินค้าเข้ามาอยู่เสมอ แต่การสั่งสินค้าที่เราเหลืออยู่เยอะก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไหร่ และในความเป็นจริงการขายของไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าปลีก ค้าส่งต่างๆ ก็มักจะเจอกับคนที่ชอบรักเล็กขโมยน้อยอยู่เสมอ ทำให้บางครั้งเราอาจจะไม่รู้ว่าเรามีสินค้าที่หายไปอยู่เท่าใดและการเช็คสต๊อกยังช่วยให้เราตรวจดูได้ว่าเรามีสินค้าที่เสียอยู่ด้วยหรือเปล่า
3. การให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่เสียไปอาจจะเป็นผลเสียมากยิ่งกว่าการที่เราทิ้งสินค้านั้นเพราะ คนที่มาซื้อสินค้าในร้าน 20 บาทก็มักจะเป็นลูกค้าขาประจำที่แวะเวียนมาซื้อกันบ่อยๆถ้าหากเขาได้รับสินค้าที่ชำรุดหรือมีปัญหาไปเราอาจจะเสียลูกค้าประจำไปเลยก็เป็นได้
Checklist การทำร้าน 20 บาทให้ประสบความสำเร็จ
1.ร้านอยู่ในทำเลที่ดีมีผู้คนผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมาก
2.ลูกค้าที่มามีที่จอดรถไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์
3.สินค้ามีความหลากหลายครอบคลุม ลูกค้าไม่กลับไปมือเปล่า
4.มีโปรโมชั่นต่างๆที่ช่วยดึงดูดลูกค้า
5.สินค้าและชั้นวางของไม่ว่างเต็มอยู่เสมอ
6.มีบริการที่ดีเอาใจใส่ลูกค้า
7.อัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ สินค้าไม่ตกยุค
8.ร้านเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่
9.ตกแต่งร้านอย่างดี เป็นระเบียบเรียบร้อย
10.หมั่นเช็คสต๊อกสินค้า
11.เก็บข้อมูลสินค้าที่ขายดีและสินค้าที่ขายไม่ดี
12.ตรวจดูว่าคนในพื้นที่ต้องการสินค้าใด